หลวงพ่อคือผู้สร้างวัดและเลี้ยงวัด

หลวงพ่อธัมมชโย
หลวงพ่อคือผู้สร้างวัดและเลี้ยงวัด

<< หลวงพ่อธัมมชโยเป็นผู้นำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านตั้งแต่ยัง
ไม่มีวัด มาสร้างวัดพระธรรมกายขึ้น ท่านเป็นผู้เลี้ยงวัด วัดเจริญ
ก้าวหน้ามาได้ถึงปัจจุบันเพราะญาติโยมศรัทธาในตัวท่าน ท่านนำ
ปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านเป็นการส่วนตัวมาสร้างวัด สร้างศาสน
สถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แม้ปัจจุบันปัจจัยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่
ของวัดพระธรรมกายก็มาจากที่ท่านบริจาคให้วัด

<< การกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัด ก็เหมือนกับกล่าวหาว่าพ่อที่
เป็นผู้ให้เงินลูกใช้ ยักยอกเอาเงินของตัวเองที่ให้ลูกไป เป็นเรื่องเป็น
ไปไม่ได้ หากท่านต้องการปัจจัย แค่ลดการบริจาคให้วัดลงก็พอแล้ว 
ข้อกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัดจึงขัดแย้งกับความเป็นจริง

<< ปัจจัยที่กล่าวว่าคืนวัดนั้น ความจริงเป็นปัจจัยของคณะ
ศิษยานุศิษย์ที่อยากให้เรื่องจบจึงร่วมกันทำคำร้องถึงอัยการสูงสุด 
และลงขันกันตั้งกองทุนบริจาคให้วัด มากกว่ามูลค่าของเงินที่เป็นเหตุ
แห่งคดี

<< กรณีกล่าวหาว่าท่านยักยอกที่ดินของวัดไปก็เช่นกัน ญาติโยม
ถวายที่ดินให้กับท่านเป็นการส่วนตัว เพราะศรัทธาในตัวท่าน ใน
โฉนดก็ระบุเช่นนั้น ผู้ถวายก็ยังมีชีวิตอยู่ไปให้การกับศาลยืนยันว่า
ถวายให้ท่านเป็นการส่วนตัว ที่เกิดเป็นคดีขึ้นมาเหมือนเป็นเรื่อง
การเมืองที่จะหาเรื่องให้ได้ เพื่อตัดปัญหาท่านจึงโอนที่ดินให้วัด

<< แม้ปัจจุบันก็มีญาติโยมมาถวายที่ดินแก่ท่านเป็นการส่วนตัวทุก
เดือน กล่าวยืนยันท่ามกลางประชุมชนถึง ๓ ครั้ง ว่าท่านจะเอาไปทำ
อะไรก็ได้ จะไปขายก็ได้ ไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมก็ได้ อัดวีดีโอเป็น
หลักฐานไว้ด้วย ท่านก็ให้โอนที่ดินเหล่านั้นเข้ามูลนิธิใช้ประโยชน์
เพื่อพระพุทธศาสนาต่อไป ท่านไม่เคยไปดูที่ดิน ไม่รู้ด้วยว่าอยู่ตรง
ไหน เขาถวายมาก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์
ต่อพระพุทธศาสนา

หลวงพ่อคือผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา

<< เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ พระเทพญาณมหา
มุนี เป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็น
ด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน ย่อม
เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจ
กล่าวหาว่า ท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อ
หวังลาภสักการะจะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะ
เป็นการสร้างคน หรือสร้างศาสนสถาน เช่น

<<การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ ๑ ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่
ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาจะ
กลายเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่น
ดินแม้แต่บาทเดียว

<<การสร้างพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อ
พระพุทธศาสนากว่า ๕,๐๐๐ รูป/คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อ
พระพุทธศาสนานับล้านคน

<< พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม” คนที่อยู่
ด้วยกันเป็นสิบ ๆ ปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรจะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริง
จะไม่มีทางสร้างพระ เณร อุบาสก อุบาสิกาที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธ
ศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใคร ใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้อง
ชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น

การกระทำเชื่อได้มากกว่าคำพูด

<< คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย “สิ่งที่เชื่อถือได้
มากกว่าคำพูด คือ การกระทำ” โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอด
ชีวิตกว่า ๕๐ ปี

*** เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้ง
ทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง ***

<< หากใครมีจริตชอบแบบไหน ให้ทุ่มเทความรู้ความสามารถของตน
ไปในทางสร้างสรรค์ ชวนคนไปปฏิบัติแบบที่ตนชอบให้มากๆ จะดี
กว่า ถ้าทุกคนทำอย่างนั้น พระพุทธศาสนาจะเจริญก้าวหน้า สังคมจะ
สงบร่มเย็น ศีลธรรมจะกลับคืนมา

<< แต่ถ้าใช้พลังไปในทางทำลาย เอาแต่โจมตีใส่ร้ายป้ายสี มีแต่จะ
สร้างความแตกแยก ทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอลง จนอาจจะ
สาบสูญไปจากแผ่นดินไทย ตัวผู้ทำก็ต้องแบกบาปมหาศาล



Previous
Next Post »