>> ในปี พ.ศ. 2492 ประชากรไต้หวันที่เป็นชาวพุทธจริงๆ
รู้จักศีล 5 รู้จักเจ้าชายสิทธัตถะ มีเพียงราว 1% ที่เหลือนับถือลัทธิเต๋า ไหว้เจ้า นับถือลัทธิขงจื้อ
นับถือศาสนาอื่นๆบ้าง
>> ประธานาธิบดีเจียงไคเช็ก และลูกชายคือประธานาธิบดีเจียงจิงกัวเป็นคริสต์ ปกครองประเทศแบบเผด็จการต่อเนื่องกันเกือบ 40 ปี
>> ในยุคนั้น การเป็นชาวพุทธเป็นเรื่องน่าอาย ต้องปกปิดไม่ให้ใครรู้
ถ้าเป็นข้าราชการ ตำแหน่งจะไม่ก้าวหน้า
>> แต่ปัจจุบันประชากรไต้หวันเป็นชาวพุทธถึง 80% การเป็นชาวพุทธเป็นเรื่องมีเกียรติ
แม้ระดับผู้นำประเทศอย่างอดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน
เมื่อมีข้อครหาเรื่องทุจริต ก็ยังต้องพยายามฟื้นคะแนนนิยม
โดยการเข้าวัดไปกราบพระมหาเถระที่มีชื่อเสียง พานักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ
ทีวี ไปด้วยมากมาย เพื่อถ่ายทอดข่าวให้ประชาชนเห็นว่า
มากราบพระผู้ใหญ่เพื่อขอโทษในความผิดแล้ว ประชาชนจะได้ให้อภัย
น่าทึ่งว่า
ไต้หวันทำได้อย่างไร
สี่วัดใหญ่ในไต้หวัน
ในไต้หวันมีวัดใหญ่ 4 วัด
ซึ่งเอ่ยชื่อแล้ว คนรู้จักกันทั้งไต้หวัน คือ
1. วัดฝอกวงซาน__เด่นเรื่องการเผยแผ่ มีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 300 แห่ง
1. วัดฝอกวงซาน__เด่นเรื่องการเผยแผ่ มีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 300 แห่ง
4. วัดฉื่อจี้___เด่นเรื่องสังคมสงเคราะห์
มีอาสาสมัครช่วยงานสังคมสงเคราะห์หลายล้านคน
>> วัดใหญ่ทั้ง 4 นี้ มีความโดดเด่นคนละด้าน
แต่เขาไม่โจมตีกัน แม้จะมีทัศนะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่เหมือนกัน
แต่เขาจะไม่วิพากษ์วิจารณ์กล่าวร้ายต่อวัดอื่นเลย
แต่ละวัดก็ตั้งใจทำงานตามที่ตนถนัดและเห็นว่าเป็นประโยชน์
>> ธรรมชาติของมนุษย์มีจริตอัธยาศัยต่างกัน ใครชอบวัดไหนก็ไปวัดนั้น
ผลลัพธ์คือ ประชาชนเห็นว่าพระพุทธศาสนามีผลงานมากมายหลากหลายด้าน ภาพลักษณ์พุทธดี
คนจึงเข้าวัดมากขึ้นเรื่อยๆ จาก 1% กลายเป็น 80% ในปัจจุบันแต่ละวัด
ไม่ว่าวัดใหญ่วัดเล็กทั่วประเทศก็ล้วนมีคนเข้าวัดมากขึ้นทั้งยังมีวัดใหม่ๆที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พุทธในไต้หวันเจริญเพราะทำตามพุทธโอวาทที่ว่า
“ สุขา
สังฆัสสะ สามัคคี
ความสามัคคีของหมู่สงฆ์
ทำให้เกิดสุข”
ลองสมมุติในทางกลับกันว่า
ถ้าลูกศิษย์วัดใหญ่ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้เอาแต่โจมตีวัดอื่นว่าไม่ดี
แต่วัดตนนั้นดีที่สุด ป่านนี้พระพุทธศาสนาคงสูญจากไต้หวันไปแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนคิดเหมือนกัน
แต่แม้คิดต่าง เราก็ควรอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุข
แล้วช่วยกันสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่พระพุทธศาสนา
และนำศีลธรรมความสงบร่มเย็นมาสู่สังคม
ลองเปรียบเทียบทางโลกดู
ขนาดรัฐธรรมนูญ
ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ เขียนด้วยภาษากฎหมาย
พยายามใช้ถ้อยคำให้ชัดเจนรัดกุมที่สุด คนยังเข้าใจไม่ตรงกันเลย
แม้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรง
การวินิจฉัยคดีแต่ละคดี มติก็มักจะออกมาเป็น 6 : 3 บ้าง 7 : 2 บ้าง 5 : 4 บ้าง น้อยมากที่จะออกมา 9 : 0
ถ้าตุลาการเสียงข้างมาก
ออกมาโจมตีตุลาการเสียงข้างน้อย ว่าตีความรัฐธรรมนูญผิด ทำรัฐธรรมนูญให้วิปริต
ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ต้องกำจัดให้หมดไป
ต่างฝ่ายต่างปลุกระดมโจมตีกันบ้านเมืองก็คงแตกแยกวุ่นวาย
การกระทำนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญของประเทศเลย มีแต่นำความเสื่อม
ความวุ่นวายแตกแยกมาสู่ชาติบ้านเมือง
มีนักปรัชญากล่าวไว้ว่า
ข้อความเดียวกัน เมื่อตีความตามความคิด จะไม่มีใครเลยที่ตีความเข้าใจเหมือนกันหมด
จะต้องมีบางแง่มุมในรายละเอียดที่เข้าใจต่างกัน คนร้อยคนก็จะมีความเข้าใจร้อยแบบ
คนเราจะเข้าใจตรงกันได้ก็ต่อเมื่อก้าวข้ามพ้นความเข้าใจด้วยความคิดหรืออารมณ์
ความรู้สึกของตนขึ้นไปสู่ระดับความรู้แจ้งด้วยภาวนามยปัญญา
เหมือนดังพระอรหันต์ทั้งหลายที่ผ่านสภาวะนั้น และเข้าใจธรรมะได้ตรงกัน
ดังนั้นขอให้รักษาคำสอนในพระไตรปิฎกไว้ให้ดีที่สุด
เป็นแม่บทที่รวมของพระธรรมวินัย
แม้ในเบื้องต้นอาจมีความเห็นในบางแง่มุมต่างกันบ้าง ก็อย่าทะเลาะวิวาทโจมตีกัน
แต่ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมไปให้เต็มที่
เมื่อบรรลุธรรมเข้าถึงด้วยตนเองแล้วเราก็จะเข้าใจตรงกัน
บำเพ็ญประโยชน์ตน __ด้วยการตั้งใจปฏิบัติธรรม
บำเพ็ญประโยชน์ท่าน _ด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเต็มที่
เมื่อบำเพ็ญประโยชน์ทั้งสอง__ ด้วยความไม่ประมาท





EmoticonEmoticon