ทำไม ? วัดพระธรรมกายสอนให้รวย
ซึ่งเป็นการสอนให้ยึดติด
ไม่ได้สอนให้ละวาง
ตอบ : ก่อนจะตอบ
ขอถามก่อนว่า
"ความรวยไม่ดีตรงไหน ?"
การสอนให้รวยถึงทำให้วัดพระธรรมกายตกเป็นจำเลยสังคม พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังสอนให้รวยเลย
นี่ก็เป็นธรรมะของพระพุทธองค์นะคะ
@ “ความรวย”
ไม่ใช่ “ความเลว”
ไม่ใช่ “ความเลว”
ทรัพย์สมบัติเป็นของกลาง ๆ
ที่จะนำไปใช้ในทางดีหรือเลวก็ได้
ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ทรัพย์ว่าจะนำไปทำอะไร
เอาไปใช้สร้างความดีหรือความชั่ว
@ “ความรวย” กับ
“ความโลภ” ก็ไม่เหมือนกัน
“ความโลภ” ก็ไม่เหมือนกัน
“รวย” คือ มีทรัพย์สมบัติมาก
ส่วน “โลภ” คือ ความทะยานอยาก อยากมี อยากได้เกินขอบเขต
อยากได้สิ่งของผู้อื่นโดยไม่ชอบธรรม
คนรวยอาจจะไม่โลภก็ได้
คนโลภอาจจะไม่รวยก็ได้
เคยเห็นเศรษฐีใจดี
และคนจนขี้งกไหมคะ
การสอนให้ “รวย” จึงเป็นคนละเรื่อง
กับการสอนให้ “เลว”
หรือสอนให้ “โลภ”
และการสอนให้รวยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร กลับเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ ถ้าสอนให้นำทรัพย์ไปสร้างความดี
................
ทำไมวัดพระธรรมกายต้องสอนให้รวย ???
ก็เป็นคนรวยแล้วสร้างบุญ สร้างความดีได้ง่ายกว่าเป็นคนจนไงคะ
+ + + วัดพระธรรมกายสอนว่า ทรัพย์สมบัติเป็นเครื่องมือในการสร้างบารมี ถ้ามีทรัพย์มากก็มีโอกาสใช้ไปในการสร้างบุญ สั่งสมบารมี
และช่วยเหลือสังคมได้มากกว่า
ถ้ามีเงินเหลือเฟือ ใครเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือ เราก็ให้ได้ทันที แต่ถ้าจนซะแล้ว ก็คงให้ได้แค่กำลังใจ ซึ่งเขาก็กินไม่ได้
รวยแล้วรักษาศีลง่ายกว่าด้วย เพราะถ้าจนมากๆ
อาจเอาตัวรอดด้วยการฆ่าสัตว์เป็นอาหาร หรือลักทรัพย์คนอื่นมาเพื่อยังชีพได้
หรือจะนั่งสมาธิก็ง่ายกว่า
เพราะใจไม่ต้องกังวลเรื่องการทำมาหากิน
จะลางานไปปฏิบัติธรรม หรือออกบวชนานๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่า
ถ้าถูกไล่ออกจากงานแล้วจะไม่มีกิน
+ + +
ยิ่งถ้าใครอยากหมดกิเลส
ไปพระนิพพาน
ยิ่งต้องสะสมเสบียง
ด้วยการทำทาน
เตรียมตัวเดินทางไกล
ในสังสารวัฏให้เพียงพอ
เพราะกว่าจะสร้างบารมีให้แก่รอบพอที่จะบรรลุมรรคผลนิพพาน ต้องใช้เวลายาวนานมาก อย่างน้อยที่สุดก็ 10,000 กัป หรือประมาณ 8,192 ล้านล้านล้านล้านปี (ตัวเลขนี้ดิฉันคำนวณเอง
ให้พอทราบว่านานขนาดไหน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้างนะคะ)
คิดง่าย ๆ
แค่เดินทางไปต่างประเทศไม่กี่วัน
ยังต้องวางแผนเก็บเงินเลย
แล้วการเดินทางไปพระนิพพานซึ่งใช้เวลาหลายล้านๆๆๆ ปี
ก็ยิ่งต้องจริงจังในการวางแผนเตรียมเสบียงไปกันใหญ่
(สำหรับเรื่องการสร้างบารมีเพื่อไปพระนิพพาน
แนะนำให้อ่าน “รู้มาก็ตอบไป” ตอนที่ 8
ซึ่งดิฉันอธิบายละเอียดกว่านี้นะคะ)
...................
***** แล้วทำไมต้องจูงใจให้ทำบุญ
ด้วยการบอกว่าทำแล้วจะรวย ???
ที่จริงเป็นแค่การบอกอานิสงส์ผลบุญที่จะได้รับเท่านั้นเองค่ะ ไม่น่าเรียกว่า “การจูงใจ” นะคะ
ปกติทางวัดพระธรรมกายก็บอกอานิสงส์ของการทำบุญทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบุญสร้างโบสถ์ วิหาร
ศาลา ถวายภัตตาหาร กวาดพื้น
ถูพื้น เก็บขยะ ล้างห้องน้ำ
จัดเรียงรองเท้า ฯลฯ
เรียกว่าบุญเล็กหรือใหญ่ก็บอกหมดแหละค่ะ ไม่ใช่บอกแต่บุญที่มีอานิสงส์ทำให้รวยนะคะ
>>> แต่คนโจมตีเขายกแต่ประเด็นเรื่องรวยมาขยายความค่ะ
เขาอาจเห็นว่าถ้ายกประเด็นอื่นแล้วจะตีไม่ขึ้นมั้งคะ !!!
................
***** สอนให้รวยบ่อย ๆ
ไม่กลัวคนยึดติดกับวัตถุบ้างเหรอ ???
ไม่กลัวเลยค่ะ เพราะความรวยและการยึดติดในทรัพย์ก็เป็นคนละเรื่องกัน
คนมีทรัพย์มากไม่จำเป็นต้องยึดติดในทรัพย์เสมอไปนะคะ
มหาเศรษฐีใจบุญที่สละทรัพย์เกือบทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อการกุศลก็มีให้เห็นตั้งหลายคน
ตัวอย่างเช่น วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ก็ตั้งใจจะบริจาค 99%
ของทรัพย์สินทั้งหมด และบิลล์ เกตส์
ก็ประกาศจะบริจาค 95% ของที่มี
ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายก็ไม่ติดในทรัพย์ และนิยมสละทรัพย์เพื่อการกุศล เหมือนมหาเศรษฐีทั้งสองท่านเช่นกันค่ะ
................
***** รวยแล้วจะละวางกิเลสได้ไหม ???
คนรวยก็สามารถชำระกิเลสให้หมดไปได้ค่ะ
ในยุคพุทธกาล
ก็มีพระราชา เจ้าชาย และเศรษฐี
ที่มีทรัพย์มหาศาล
ออกบวชและปฏิบัติจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์จำนวนมาก
เช่น
พระภัททิยกาฬิโคธาบุตร (พระราชา), พระอานนท์ (เจ้าชาย), พระยสะ (ลูกเศรษฐี), และพระโชติกะเถระ
(มหาเศรษฐีระดับประเทศ) เป็นต้น
+ + +
ที่วัดพระธรรมกายก็มีลูกเศรษฐี และคนรวยมาบวชอยู่หลายรูปเช่นกัน
แต่ละองค์ที่มาบวชก็ต้องฝึกฝนอบรมตนเพื่อขจัดกิเลสเหมือนกับพระภิกษุรูปอื่นๆ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษกว่าลูกชาวบ้าน
เช่น
ต้องทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิตามเวลาที่กำหนด ต้องจำวัดในกุฎิรวม ไม่มีกุฏิส่วนตัว ฉันภัตตาหารตามที่ทางวัดจัดให้ มีหน้าที่ช่วยทำงานพระศาสนา และช่วยทำความสะอาดวัดเหมือนพระรูปอื่น ๆ
>>> ไม่ว่าจะมีทรัพย์แค่ไหนก็ไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางหนทางมรรคผลนิพพานเลยค่ะ
ตัวเราต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางในการใช้ทรัพย์
ต้องใช้ทรัพย์เพื่อ การสร้างความดี
ใช้เป็นเครื่องมือ ในการสร้างบารมี
***** แล้วพอถึงฝั่งพระนิพพาน
เราก็วางเครื่องมือนี้ลง
เหมือนอยู่ในน้ำก็ยังต้องอาศัยเรือ
แต่พอถึงฝั่งแล้ว ก็ไม่ต้องแบกเรือขึ้นไปด้วย *****
.
เรื่อง "รวย" นี่ดิฉันว่าไม่เห็นจะน่ากลัวเลย
แต่เรื่อง "จน" นี่ซิน่ากลัวมาก
...หรือคุณว่าไม่จริง ?
====================
ชุลีพร ช่วงรังษี
13/5/59
= = หมายเหตุ = =
ถ้าอ่านแล้วชอบ กรุณาใช้การแชร์นะคะ อย่า Copy &
Paste เพราะถ้าดิฉันแก้ไขอะไร
เนื้อหาจะได้ตรงกัน
= = = = = = = = = =
การตอบคำถามนี้
ดิฉันตอบในนามของตนเอง ในฐานะนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ไม่ใช่ในฐานะนักวิชาการ และไม่ได้ตอบในนามของวัดพระธรรมกาย ถ้าผิดพลาดประการใด ดิฉันขอรับผิดชอบเองนะคะ กรุณาอย่าพาดพิงถึงวัดหรือครูบาอาจารย์ของดิฉัน
หากต้องการติดตามเรื่องวัดพระธรรมกาย
อ่านบทความเพิ่มเติม
ถ้าต้องการติดตามข้อคิดทั่วไป สามารถเข้าไปอ่านได้ที่
Line : @OhLifeStory
Instagram : Oh_Life_Story








2 ความคิดเห็น
Write ความคิดเห็นเยี่ยมมาก เคลียร์มากๆ เซฟทั้งตัวเองและวัด ไม่มีใครกล้าว่าเลย เจ่ง
Replyใช่วัดสอนให้รวย รวยบุญรวยบารมี รวยศีลรวยธรรม รวยความสุขความสงบของใจที่ตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ความรวยตรงนี้เป็นกำลังให้เจ้าของความรวยมีกำลังใจ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีกำลังกายแข็งแรง สร้างสรรค์งานที่ได้เงิน ค่าตอบแทนดีๆมาให้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือความรวยในเรื่องทรัพย์สินเงินทองที่ตามภายหลัง ข้าพเจ้าและครอบครัวได้เห็นผลของความรวยนี้ด้วยตนเอง จึงเชื่อมั่นและศรัทธาในคำสอนและการปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายตลอดมา
ReplyEmoticonEmoticon